เซร์คิโอ รามอส กับวิถีที่ไม่ยินยอมหยุดความร้ายแรง

ยังคงอยู่ในหนทางที่นิสัยไม่ดีโหดร้ายดิบถัดไปอย่างไม่มีท่าทางว่าจะลดรา สำหรับ เซร์คิโอ รามอส ผู้เล่นที่ดินแดนวัวกระทิงดุที่ก่อความกล้าหาญมาแล้วเยอะแยะไม่ว่า


ติติงปัญหาจันแค่ไหนหรือสะสมสถิติผู้เล่นใบแดงในอัตราสูงมากแค่ไหน แต่ว่าดูท่าว่านักเตะรายนี้ยังคงนิยมสไตล์การเล่นแบบของตนเองถัดไป ถึงแม้ว่าหลายข้างจะคิดว่าโน่นไม่ใช่กลอุบายแล้วก็สไตล์การเล่น แต่ว่ามันเป็นแนวทางเหี้ยมโหด ไม่มีสปิริต ประพฤติตนเหมือนอยู่ในกีฬาโชว์มวยปล้ำที่รัวเล่นผิดกติกาเพื่อชนะ
เซร์คิโอ รามอส เป็นหนึ่งในเตะที่โดนจับตาเอาผิดมากมายก่ายกองในยุคนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเขาก่อเหร้ายมาหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น จังหวะการเข้าปะทะกับโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ผู้เล่นชาวอียิปต์ จนกระทั่งกับได้รับบาดเจ็บ หรือจังหวะชนใส่ผู้เฝ้าประตู อริ ค้างริอุส จนกระทั่งขั้นมีลักษณะได้รับผลกระทบทางสมอง รวมทั้งปัจจุบันยังมีการเล่นตุกติกผิดกติกาอย่างสะอิดสะเอียน ด้วยการเดินไปเหยียบขาผู้เล่นของแมนซิตี้กันแบบซุกซน
ซึ่งจากที่ไม่ว่าใครกำลังจะมั่นใจว่าบอลในโลกยุคสมัยใหม่ที่มีการนำเทคโนโลยีย้อนภาพวีเออาร์มาใช้ จะสามารถหยุดค่าความนิยมเก่าๆของบรรดานักฟุตบอลที่เคยชิน และยังรวมไปถึงมีทัศนคติไม่ถูกนิยมการเล่นตุกติกผิดกติกา ในแบบเก่าๆ จะไม่อาจจะเอามาความประพฤติปฏิบัติพวกนั้นมาใช้ได้อีก แม้กระนั้นตรงกันข้ามมันยังไม่สามารถสกัด ความประพฤติของ เซร์คิโอ รามอได้
ทั้งสถิติใบแดงใบเหลือง ไม่ว่าจะแบนหรือไล่ออกจากสนามไปจำนวนกี่ครั้ง ก็ไม่สามารถที่จะหยุดนิสัยของนักฟุตบอลรายนี้ได้เลย
โดย เซร์คิโอ รามอส เคยให้สัมภาษณ์ว่าตัวเขามีความชื่นชม ใฝ่ฝันต้องการจะเป็น มาร์ทาดอร์ หรือนักสู้วัวกระทิงมาตั้งแต่เล็ก แม้กระนั้นทางครอบครัวได้ห้ามเนื่องจากว่ามันเป็นงานที่เสี่ยงกับการที่จะเกิดอันตรายมากเกินความจำเป็น ซึ่งกระนั้นก็ตาม เซร์คิโอ รามอส ยังคงรู้สึกชื่นชอบรวมทั้งแว่บไปฝึกหัดความถนัดการเป็นมาร์ทาดอร์อยู่ตลอด แล้วก็ตัวเขาเองยังมานะจะปรับใช้มาใช้กับบอลอีกด้วย รวมทั้งผู้เล่นบอลที่เป็นไอดอลของเขาแต่ละราย ล้วนเป็นผู้เล่นที่มีฟอมร์ดิบหยาบคายถูกใจเข้าปะทะร้ายแรงเกือบจะทั้งหมด รวมทั้งมันระบุให้มีความคิดเห็นว่า เซร์คิโอ รามอส แทบมองดูการตุกติกต่างๆคือเรื่องของแทคติที่มีศาสตร์แล้วก็ศิลป หนำซ้ำตลอดขณะที่เขาได้เล่นด้วยกันกับเปกระเป๋า ที่มีดีกรีความร้ายแรงระดับแถวหน้าของโลกร่วมกันแล้ว ยิ่งไม่สนเท่ห์ใจเลยว่าเพราะเหตุใด เซร์คิโอ รามอส ก็เลยยังไม่เปลี่ยนแปลงทัศนคติการเล่น
อย่างไรก็ดีไม่ว่าวิถีของเขาอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีคนบางกรุ๊ปชอบใจ หรือแม้กระทั้งเจ้าตัวจะรนว่าเป็นสไตล์ของตน แม้กระนั้นสิ่งที่เขาทำนั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เพียงแต่ผิดกติกาแม้กระนั้นยังถึงขนาดมีความเสี่ยงต่อการดับ อนาคตความฝันความปรารถนา ของนักเตะคนอื่น สิ่งที่เขาทำนั้นมันมีโอกาสเสี่ยงต่อการทำลายร่างกายคนอื่นให้จำต้องจบอาชีพนักบอล จนกระทั่งขั้นพ่อของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ยังพากเพียรกระจ่างความฟ้องร้องคดีทางอาญามาแล้ว